วันเสาร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2557

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทและความสำคัญเพิ่มขึ้น เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกับเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สูงขึ้น เพิ่มการใช้งานด้านต่าง ๆ และลดต้นทุนระบบโดยรวมลง มีการแบ่งใช้งานอุปกรณ์และข้อมูลต่าง ๆ ตลอดจนสามารถทำงานร่วมกันได้
สิ่งสำคัญที่ทำให้ระบบข้อมูลมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น คือ การโอนย้ายข้อมูลระหว่างกัน และการเชื่อมต่อหรือการสื่อสาร การโอนย้ายข้อมูลหมายถึงการนำข้อมูลมาแบ่งกันใช้งาน หรือการนำข้อมูลไปใช้ประมวลผลในลักษณะแบ่งกันใช้ทรัพยากร เช่น แบ่งกันใช้ซีพียู แบ่งกันใช้ฮาร์ดดิสก์ แบ่งกันใช้โปรแกรม และแบ่งกันใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีราคาแพงหรือไม่สามารถจัดหาให้ทุกคนได้ การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เป็นเครือข่ายจึงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กว้างขวางและมากขึ้นจากเดิม

การเชื่อมต่อในความหมายของระบบเครือข่ายท้องถิ่น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ แต่ยังรวมไปถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้าง เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การทำงานเฉพาะมีขอบเขตกว้างขวางยิ่งขึ้น มีการใช้เครื่องบริการแฟ้มข้อมูลเป็นที่เก็บรวบควมแฟ้มข้อมูลต่างๆ มีการทำฐานข้อมูลกลาง มีหน่วยจัดการระบบสือสารหน่วยบริการใช้เครื่องพิมพ์ หน่วยบริการการใช้ซีดี หน่วยบริการปลายทาง และอุปกรณ์ประกอบสำหรับต่อเข้าในระบบเครือข่ายเพื่อจะทำงานเฉพาะเจาะจงอย่างใดอย่างหนึ่ง ในรูป เป็นตัวอย่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จัดกลุ่มเชื่อมโยงเป็นระบบ
 
http://www.school.net.th/library/snet1/hardware/network.gif
ตัวอย่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่จัดกลุ่มอุปกรณ์รอบข้างเชื่อมโยงเป็นระบบ
 
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความสามารถในการปฎิบัติการร่วมกัน ซึ่งหมายถึงการให้อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ต่ออยู่บนเครือข่ายทำงานร่วมกันได้ทั้งหมดในลักษณะที่ประสานรวมกัน โดยผู้ใช้เห็นเสมือนใช้งานในอุปกรณ์เดียวกัน จึงเป็นวิธีการในการนำเอาอุปกรณ์ต่างชนิดจำนวนมาก มารวมกันเป็นเสมือนระบบเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่อุปกรณ์เหล่านั้นอาจจะมาจากต่างยี่ห้อ ต่างบริษัท ก็ได้

 

ความหมายของระบบเครือข่าย

ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) หมายถึงการนำเครื่องคอมพิวเตอร์ มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน โดยอาศัยช่องทางการสื่อสารข้อมูล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ และการใช้ทรัพยากรของระบบร่วมกัน (Shared Resource) ในเครือข่ายนั้น
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image002.jpg
รูปแสดงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มีองค์ประกอบที่สำคัญ เพื่อการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ได้แก่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server) ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel) สถานีงาน (Workstation or Terminal) และ อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System)
 

คอมพิวเตอร์แม่ข่าย 

คอมพิวเตอร์แม่ข่าย หมายถึงคอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยความจำสำรอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) มักเรียกว่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เรานิยมเรียกว่า
Host Computer และเรียกเครื่องที่รอรับบริการว่าลูกข่ายหรือสถานีงาน
 

ช่องทางการสื่อสาร

ช่องทางการสื่อสาร หมายถึง สื่อกลางหรือเส้นทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ (Receiver) และผู้ส่งข้อมูล (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสาร สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุ้ม (STP) สายโคแอคเชียล สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวป และดาวเทียม เป็นต้น
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image004.jpg
รูปแสดงช่องทางการสื่อสารโดยใช้จานรับดาวเทียม

 

สถานีงาน

สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถึง อุปกรณ์หรือเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบริการจากเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล (Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและแป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางหรือ Host
 

อุปกรณ์ในเครือข่าย

การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC) หมายถึง แผงวงจรสำหรับ ใช้ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่าย ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่าย และเครื่องที่เป็นลูกข่าย หน้าที่ของการ์ดนี้คือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณ ทำให้คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้

http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image006.jpg
รูปแสดงการ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย
                                                        องค์ประกอบของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/broker_bullet.gifโมเด็ม ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อุปกรณ์สำหรับการแปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผู้ส่ง เพื่อส่งไปตามสายสัญญาณข้อมูลแบบอนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์ด้านผู้รับ โมเด็มก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็นดิจิตอลนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการประมวลผล โดยปกติจะใช้โมเด็มกับระบบเครือข่ายระยะไกล โดยการใชสายโทรศัพท์เป็นสื่อกลาง เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image008.jpg
รูปแสดงการใช้โมเด็มในการติดต่อเครือข่ายระยะไกล

http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/broker_bullet.gifฮับ ( Hub) คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพื่อให้เกิดความสะดวก ในการเชื่อมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เป็นจุดรวมการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่าง File Server กับ Workstation ต่าง ๆ
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/010.jpg
แสดงฮับที่ใช้เป็นจุดเชื่อมต่อและจุดแยกของสาย
 
 ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย
ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ จัดการระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย สามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่จัดการด้านการรักษาความปลอดภัย ของระบบเครือข่าย และยังมีหน้าที่ควบคุม การนำโปรแกรมประยุกต์ ด้านการติดต่อสื่อสาร มาทำงานในระบบเครือข่ายอีกด้วย นับว่าซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย มีความสำคัญต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างยิ่ง ตัวอย่าง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Windows NT , Linux , Novell Netware , Windows XP ,Windows 2000 , Solaris , Unix เป็นต้น
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/312.jpg
แสดงซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย 
 
 

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)

        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        1.
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg
        2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg
        3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG 
 
 
 

วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีถ่ายรูป ให้ตัวเองออกมาดูดี

อยากสวย แต่มันไม่ค่อยสวย .. แต่เราก็มีวิธีช่วยให้ดูดีได้ ด้วยเทคนิคการถ่ายรูปต่างๆ เหล่านี้ เทคนิคที่จะทำให้ถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี ไม่ได้หลอกลวงใคร แค่เปิดไม่หมด ปิดนิดปิดหน่อยเท่าน้าน .... นี่เป็นเคล็ดลับเทคนิคถ่ายรูปให้ออกมาดูดี ข้อที่ 3 ส่วนข้อ 1  กับ 2 นั้น คลิกตามลิงค์ข้างล่างนะคะ 

กฎ 4 ข้อ เทคนิคการถ่ายรูปให้น่ารัก ..ถ่ายรูปให้ตัวเอง



 
กฏข้อที่ 1 : เช็คสภาพตัวเองเสียก่อน
คุณต้องแน่ใจว่าไม่มีอะไรติดอยู่ตามซอกฟันของคุณ โดยเฉพาะคนที่ดัดฟันควรสำรวจตนเองเสมอๆ ว่ามีอะไรติดอยู่ที่เหล็กดัดฟันของคุณหรือไม่ อย่าปล่อยให้เหล็กดัดฟันของคุณกลายร่างเป็นแปลงเกษตรปลูกผักโดยเด็ดขาด และควรจัดแต่งทรงผมของคุณให้เรียบร้อย ดูด้วยว่ามีแสงเพียงพอแล้วหรือไม่ 

วิธีง่ายๆ ในการเช็คสภาพตัวเองว่าดูดี เมื่ออยู่หน้ากล้องแล้วหรือยังให้ลองหยิบกระจกวิเศษของเหล่าบรรดาเจ้าหญิงที่มักพกพาติดกระเป๋ามาส่องดู โดยสมมุติว่ากระจกของคุณคือกล้องดิจิตอล ลองแอ็คท่าทางต่างๆและหมั่นฝึกซ้อมอยู่เสมอ พึงระลึกไว้ว่า ต้องมีแสงเพียงพอถึงจะถ่ายรูปออกมาสวย แต่ถ้าหากอยากจะถ่ายแต่แสงไฟไม่เป็นใจ ไม่ต้องถึงขนาดพกสปอตไลท์ติดตัว เพื่อเพิ่มความสว่างให้ตัวเอง ให้ลองปรับโหมดในโทรศัพท์หรือในกล้องดิจิตอลเป็นภาพขาว-ดำ หรือภาพสีอื่นๆ ตามแต่ที่ฟังก์ชันในมือถือของคุณจะสามารถทำได้
 


กฏข้อที่ 2 : การมองกล้อง
สิ่งหนึ่งที่ดูแย่มากๆ ที่ทำลงไปเวลาถ่ายรูปด้วยตนเองอย่างหนึ่งคือ การหันหน้ามองตรงไปยังกล้องเพราะเมื่อคุณได้เช็ครูปถ่ายของคุณอีกครั้ง คุณจะพบความจริงที่ว่า ทำไมหน้ามันใหญ่อย่างนี้! ถ้าหากอยากให้หน้าดูผอมลง เล็กเรียวขึ้น ให้ทำตาม 3 ขั้นตอนง่ายๆ 

     1. มองขึ้นไปหากล้อง
     ทำได้โดยยกกล้องขึ้นสูงกว่าศรีษะประมาณ 20 cm ไม่ต้องแหงนหน้าแต่ใช้วิธีมองขึ้นไปหากล้องแทน ซึ่งวิธีนี้จะทำให้หน้าของคุณดูผอมลงและตาดูโตขึ้น เคล็ดลับง่ายๆสำหรับขั้นตอนนี้คือต้องแน่ใจว่าคางของคุณถูกกดต่ำลงในขณะที่ตากำลังมองช้อนขึ้นไปหากล้อง และต้องแน่ใจอีกด้วยว่าตาคุณต้องโตเหมือนกำลังประหลาดใจกับอะไรสักอย่างอยู่ 

     2. มองต่ำลงหากล้อง
     วิธีนี้กลับกันเลยกับขั้นตอนแรกเพราะแทนที่เราจะยกกล้องสูงขึ้น 20 cm กลายเป็นเอากล้องไว้ข้างล่างจากใบหน้าประมาณ 20 cm แทน มองต่ำลงหากล้องขณะที่พยายามเบิกตาให้โตเหมือนเดิม เพราะว่าขณะมองลงตาอาจจะเล็กกว่าเก่าได้ง่ายๆ พร้อมกันนั้นกดคางลงต่ำกว่าเดิมด้วยเล็กน้อย วิธีนี้เป็นการคิดขึ้นเพื่อให้คุณยังคงสภาพนางฟ้าไว้ได้เพราะใบหน้าของคุณในภาพถ่ายมันจะดูผอมขึ้นกว่าเก่า ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนทำได้ง่ายๆแต่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดูสวยเป็นที่น่าพึงพอใจได้นั้นไม่ง่ายเหมือนขั้นตอนแรกอย่างแน่นอน 

     3. เอียงศรีษะทำมุมแต่พองาม
     นับว่าเป็นวิธียากมากๆ กับการโพสท่าถ่ายรูปให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดด้วยวิธีนี้ เพราะว่าการเอียงศรีษะหันหน้าไปทางอื่นเสมือนว่าคุณไม่สนใจกล้อง ในขณะที่คุณต้องถ่ายรูปพวกนี้ด้วยตัวคุณเองจึงเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร เพราะว่าส่วนมากมักจะไม่ได้ภาพตามที่คุณต้องการ ฉะนั้นอย่าเพิ่งหมดกำลังใจไปเมื่อพบว่าหน้าคุณเหมือนคนกำลังแสร้งทำเป็นไม่เห็นกล้อง คิดเสียว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเรียนรู้วิธีถ่ายภาพด้วยขั้นตอนแบบนี้ ถ้าหากว่าเมื่อไหร่ที่คุณเริ่มคุ้นเคยกับกล้องดิจิตอลจนกลายเป็นของติดมือที่แทบจะวางไม่ลง ถือได้ว่าคุณประสบความสำเร็จกับการถ่ายรูปด้วยตนเองแล้วและในอีกไม่ช้าคุณคงจะมีรูปถ่ายสวยๆไว้อวดเพื่อนๆได้อย่างแน่นอน 


 
 

กฏข้อที่ 3 แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาซะดีๆ!
ทั้งหมดที่จะแนะนำต่อไปนี้ คือวิธีเปิดเผยตัวตนของคุณต่อหน้ากล้อง ถ้าจะให้ดี ควรเช็คกล้องของคุณซะก่อนว่า ไม่ได้แอ็คท่าถ่ายรูปเสียเวลาฟรีๆ เมื่อคิดว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็โชว์ความบ้าที่แสดงถึงตัวตนอีกด้านหนึ่งของคุณออกมาให้โลกได้ประจักษ์กันเลยด้วย 2 วิธีง่ายๆ 

     1. ไม่มีวิธีใดจะดีไปกว่าการเปิดกว้างแสดงความบ้าในตัวของคุณออกมา เพื่อให้เห็นด้านไม่ปกติของคุณเก็บไว้ดูเล่น เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าคุณมีความมั่นใจมากพอที่จะสร้างสรรค์เรื่องสนุกๆให้เกิดขึ้นกับตัวคุณเองได้หรือไม่ คุณไม่ต้องไปกังวลว่ามันจะออกมาประหลาดเพราะว่าภาพพวกนี้มันจะเป็นภาพถ่ายสุดฮาที่สร้างความประทับใจให้คุณได้ทุกครั้งเมื่อหยิบขึ้นมาดู 
  2. อุปกรณ์เสริม ถ้าคุณเบื่อกับการแสดงท่าทางบ้าๆ ของตัวเองออกมาแล้ว ลองหันไปหยิบอุปกรณ์เสริมบางอย่างที่จะสร้างความเพลิดเพลินให้กับคุณขณะถ่ายรูป อุปกรณ์ประกอบฉากทั่วไปที่เห็นนำมาใช้บ่อยๆอย่างเช่น ผ้าเช็ดตัว,หมวกและวิกผม ซึ่งนับว่าจำเจมาก จึงอยากแนะนำให้ลองสรรหาอะไรใหม่ๆมาเพิ่มความสนุกให้กับการถ่ายรูปนอกเหนือจากอุปกรณ์ที่กล่าวมาแล้ว 



กฏข้อที่ 4 : ซ้อม,ซ้อม แล้วก็ ซ้อม
เทคนิคชั้นนำของการถ่ายรูปที่ควรจะต้องทำและเป็นวิธีที่ดีที่สุดเลยนั่นคือ การพกพากล้องดิจิตอลไปกับคุณด้วยทุกๆ ที่ที่คุณไป และถ่ายรูปเมื่อใดก็ตามที่คุณมีเวลาให้กับมันประมาณ 30 วินาที อย่าเสียเวลาเปล่าๆ หยิบกล้องมาถ่ายรูปกันได้เลย! 

     1. ขณะกำลังโหลดเว็บไซต์
     ขณะที่คุณกำลังรอโหลดเว็บบล็อกต่างๆ ที่คุณชื่นชอบ ให้สร้างสรรค์ภาพถ่ายด้วยตัวคุณเองจากคอมพิวเตอร์ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาทีด้วยการเปิดกล้องยกขึ้นหรือวางต่ำลงแล้วแต่สะดวก 

     2. ขณะช้อปปิ้ง
     ขณะที่คุณกำลังรอคอยพนักงานในร้านไปหยิบเสื้อผ้าตามไซส์ของคุณ สามารถถ่ายรูปคุณเองจากกระจกในห้องลองเสื้อผ้าได้เลย มันไม่จับภาพเฉพาะหน้าของคุณอย่างเดียวเท่านั้นมันสามารถถ่ายภาพเต็มตัวของคุณได้ด้วย หากโชคดีเจอกระจกที่ส่องแล้วผอมกว่าตัวจริง คุณยังมีภาพหุ่นสวยไว้โชว์เพื่อนๆได้ด้วยเช่นกัน 

     3. ขณะขับรถ
     ครั้งต่อไปเมื่อคุณต้องเผชิญกับสภาพการจราจรที่ติดขัดปัญหาแก้ไม่ตกของคนกรุง แก้เบื่อได้ด้วยการหยิบกล้องขึ้นมา เพื่อฝึกฝนทักษะการถ่ายรูปของคุณไปพลางๆ แต่พึงระลึกไว้ด้วยคุณจะใช้วิธีนี้ได้ก็ต่อเมื่อแน่ใจว่าเป็นสภาพจราจรที่ติดแหง็กไม่ขยับเขยื้อนเลยเท่านั้น เพราะคงไม่ดีแน่ๆถ้าหากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดเพราะคุณมัวแต่ถ่ายรูป 

     4. กำลังนอน
     ถ้าคุณไม่อยากลุกออกจากเตียง หรือว่าข่มตานอนไม่หลับ ให้ลองฝึกฝนถ่ายภาพขณะอยู่บนเตียงก็ได้ ( คำเตือน : อย่าถ่ายภาพติดเรทเพราะวันหนึ่งคุณอาจเป็นนางแบบหวือบนอินเตอร์เน็ตโดยไม่รู้ตัว ) แต่ที่ยากมากๆสำหรับวิธีนี้ก็คือน้อยคนนักที่จะดูเป็นนางฟ้าตอนกำลังจะนอนหรือตอนเพิ่งตื่นนอน!

 
 

4 ข้อควรจำ ถ้าอยากให้อยากรูปออกมาดูดี สำหรับสาวๆ
1. ห้ามถ่ายรูปให้เห็นหน้าอกหน้าใจเป็นเด็ดขาด ..เราไม่่ใช่นางเอกหนังโป๊นะคะ ไม่จำเป็นต้องให้เห็น เพราะมันจะทำให้ภาพพจน์เราเสียหายได้ค่ะ 
2. ห้ามนั่งถ่างขา หันหน้าเข้ากล้อง .. แม้จะใส่กางเกงยีนส์มิดชิด หรือกระโปรงกรอมเท้า แต่การนั่งอ้าขาใส่กล้อง จะแลดูไม่เรียบร้อยที่สุดเลย
3. อย่ายกนิ้วกลางชี้โด่ มานิ้วเดียว เพราะนั่นคือสัญลักษณ์ที่ไม่สุภาพเอามากๆ  น้องๆ คงรู้ดีนะ
4. ไม่ควรถ่ายรูปในห้องน้ำ .. เอ๊า เรื่องจริงนะ ว่าไม่ควร เพราะว่าในห้องน้ำน่ะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวมากๆ ถ้าถ่ายออกมาแล้วมองเห็นชักโครกยิ่งแล้วใหญ่ แม้ว่าห้องน้ำจะสะอาดแค่ไหน ก็เว้นไว้สักที่เต๊อะ 
แต่บางคนก็บอกว่า แสงในห้องน้ำสวย... อดใจไม่ได้ที่จะถ่าย แนะนำว่า ควรจะถ่ายหลบๆ มุม ไม่ให้เห็นว่าเป็นผนังห้องน้ำ ไม่ให้เห็นชักโครก (โอเคนะ)




ป.ล. ภาพประกอบ ก็ต้องใช้วิจารณญาณในการชม ว่าอันไหนควรไม่ควร หรือภาพไหนเอามาแป่ะไว้ประกอบ แต่ไม่เหมาะสม ก็ให้ดูว่า มันไม่เหมาะสม ไม่ควรทำ ...แม้จะไม่ได้บอกชัดเจนว่า อันไหนควรไม่ควร แต่หวังว่า น้องๆ คงแยกแยะเองได้บ้าง นะค้า



ท่าแลบลิ้นแบบนี้ เสี่ยงมาก ยากที่จะทำออกมาแล้วน่ารัก


ตัวอย่างการแอบถ่ายด้านข้างของตัวเอง


ถ้าสวยไม่จริง ถ่ายย๊ากกกยากล่ะ


ที่มา : http://webboard.yenta4.com/topic/318290
ภาพสวยๆจาก : Saiizy Koollksingtong และ เปิ๋งเหลิ๋ง กิจกรรมมันเยอะ